ชาวมุสลิมทั่วโลกไปร่วมประกอบ พิธีฮัจญ์ เพื่อ...
ที่สำคัญคือการทำฮัจญ์เป็นอิบาดะห์ต่ออัลลอฮฺ ซึ่งมีเป้าหมายในการขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ต้องใช้ความอุตสาหะ เสียสละทั้งกำลังกาย ทรัพย์ กำลังสติปัญญาและมีความอดทนต่อความยากลำบาก ซึ่งหากคนผู้นั้นไม่ได้ รักอัลลอฮฺอย่างแท้จริง ก็คงไม่ยอมลำบาก ทิ้งความสะดวกสบาย รวมถึงครอบครัวและคนที่รักไปไกล นอกจากนี้คนผู้นั้นจะต้องมีความสามารถที่จะไปได้
การทำฮัจญ์เป็นสิ่งจำเป็นต้องปฏิบัติโดยทันทีในสิทธิของผู้ที่มีความสามารถที่จะเดินทางไปได้ ดังคำตรัสของอัลลอฮฺตะอาลา ในคัมภีร์ อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อาลิอิมรอน อายะฮฺที่ 97 ความว่า มุสลิมที่มีสุขภาพแข็งแรง สติปัญญาสมบูรณ์ มีทรัพย์สินเพียงพอในการใช้จ่าย โดยมิต้องเป็นหนี้สินและเดือดร้อนบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ และเส้นทางที่จะเดินทางไปจะต้องปลอดภัย
ดังนั้น การนำที่ดินและทรัพย์สินไปจำนอง จำนำ หรือขาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกอบพีธีฮัจญ์ที่นครมักกะฮฺ แต่กลับมาแล้วไม่มีที่ทำกินสร้างความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัว การกระทำเช่นนี้จึงเป็นการกระทำที่ผิดศาสนบัญญัติเช่นเดียวกับคนที่มีความสามารถพร้อมแต่ไม่ยอมไปเพราะเสียดายทรัพย์สินจะพร่องไป
การทำฮัจญ์นอกจากจะเป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมที่จะต้องตอบสนองคำเรียกร้องเชิญชวนของอัลลอฮฺแล้ว ผู้ไปทำฮัจญ์ยังจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่สำคัญได้แก่ ทุ่งอารอฟะฮฺ ตำบลมุซดะลิฟะฮฺ ตำบลมีนา อัล-กะอฺบ๊ะฮฺ สุสานของท่านนบีมุฮัมหมัดที่นครมะดีนะฮฺ เป็นต้น ยังได้เห็นความเสมอภาคของมนุษยชาติที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ต่างอุปนิสัย และยังเป็นโอกาสให้มุสลิมจากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นหรือติดต่อค้าขายซึ่งกันและกัน
ฮัจญ์และอุมเราะฮ์ ความเหมือนที่แตกต่าง >>" ฮัจญ์ "
การปฏิบัติศาสนกิจที่ก๊ะอฺบ๊ะฮฺ ในนครมักก๊ะฮฺ ระหว่างวันที่ 8 -12 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ขั้นตอนในการทำ ฮัจญ์ มีดังนี้ เริ่มต้นด้วยการครองเอี๊ยะฮฺรอม ในวันแรกคือ วันที่ 8 ซุลฮิจญะฮฺ ออกจากมักก๊ะฮฺ แต่เช้าตรู่ไปยังมีนาเพื่อพักผ่อนค้างแรม 1 คืน วันที่สอง คือ วันที่ 9 ซุลฮิจญะฮฺ ออกเดินทางจากมีนาแต่เช้า ไปทุ่งอารอฟะฮฺ เพื่อหยุดพักทำนมาซ ขอพรและฟังคุตบะฮฺในช่วงบ่าย การพัก ณ จุดนี้เรียกว่า วุกู๊ฟ ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญในการทำฮัจญ์ โดยเริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์คล้อยจากศีรษะจนตกดิน หลังจากนั้นจึงจะออกเดินทางไปนมาซมัฆริบและอิชาอ์ที่ทุ่งมุซดะลิฟะฮฺ ค้างคืนอยู่ที่นี่ถึงเช้า หลังจากนมาซซุบฮิก่อนรุ่งอรุณที่มุซดะลิฟะฮฺแล้วผู้ทำฮัจญ์จะเก็บหินเล็กๆ 7 เม็ด เพื่อนำไปขว้างตรงบริเวณ ญัมเราะตุลอะกอบ๊ะฮฺ ที่มีนา วันที่สาม คือวันที่ 10 ซุลฮิจญะฮฺ ผู้ทำฮัจญ์จะขว้างหินเล็กๆ ที่เก็บมาที่ละเม็ดตรงบริเวณ ญัมเราะตุลอะกอบ๊ะฮฺ ในตอนเช้า จากนั้นก็จะทำการเชือดสัตว์พลี หลังจากนั้นผู้ชายก็จะโกนศีรษะ หรือขลิบผมส่วนหนึ่ง ผู้หญิงขลิบปลายผมแล้วถอดชุดเอี๊ยะฮฺรอมออกใส่ชุดธรรมดา จากนั้นผู้ทำฮัจญ์ก็จะเดินทางเข้ามาที่มักกะฮฺ เพื่อเวียนรอบก๊ะอฺบ๊ะฮฺ(เฏาะวาฟ)และสะอีย์ เสร็จแล้วก็จะกลับไปค้างแรมที่มีนา วันที่สี่ คือ วันที่ 11 ซุลฮิจญะฮฺ ช่วงเวลาตั้งแต่ดวงอาทิตย์คล้อยจากศีรษะไปจนถึงดวงอาทิตย์ตกผู้ทำฮัจญ์จะเก็บหินเม็ดเล็กๆ ใกล้ที่พัก จำนวน 21 เม็ด เพื่อใช้ขว้างที่ญัมเราะตุลอูลา ญัมเราะตุลวุสฏอ และญัมเราะตุลอะกอบ๊ะฮฺ แห่งจะ 7 เม็ด วันที่ห้าและหก คือ วันที่ 12-13 ซุลฮิจญะฮฺ ทำเหมือนวันที่ 11 ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธีฮัจญ์อย่างสมบูรณ์
>> อุมเราะฮฺ การปฏิบัติศาสนกิจที่ก๊ะอฺบ๊ะฮฺ ด้วยความสมัครใจในช่วงเวลาอื่นที่มิใช่ช่วงเวลาในการทำ ฮัจญ์ พิธีกรรม ของ อุมเราะฮฺ เริ่มจาก การเข้าสู่สภาวะเอี๊ยะฮฺรอม (อาบน้ำนมาซและนุ่งห่มด้วยผ้าขาว ผู้ชายห่มผ้า 2 ผืน ผู้หญิงสวมชุดมิดชิด) ก่อนเข้าเขต มีกอต ตามทางที่จะเข้ามายังมักก๊ะฮฺ จากนั้นเดินเวียนทวนเข็มนาฬิการอบก๊ะอฺบ๊ะฮ (เฏาะวาฟ) โดยเริ่มต้นและจบตรงมุมหินดำ จำนวน 7 รอบ เสร็จแล้วทำนมาซ 2 ร็อกอัตและดื่มน้ำซัมซัม ต่อจากนั้นให้เดิน สะอีย์ (เป็นการเดินแบบก้าวเท้าเร็ว) จากเนินเขาเศาะฟาถึงเนินเขามัรวะฮฺ 7 เที่ยว พอเดิน สะอีย์ เสร็จแล้ว ปลดเปลื้องตัวเองจะสภาวะเอี๊ยะฮฺรอม โดยขลิบผมส่วนหนึ่ง หรืออาจจะโกนหัวก็ได้สำหรับผู้ชาย แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าปกติ
ในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอด ชาววมุสลิมทั่วโลกมักจะไปทำอุมเราะฮฺและถือศีลอดที่มักก๊ะฮฺ ว่ากันว่าตามบันทึกคำสอนของท่านนบีมุฮัมหมัดกล่าวไว้ว่า ผลบุญของการทำอุมเราะฮฺในเดือนรอมฎอนนั้นเท่ากับผลบุญของการทำฮัจญ์
(ข้อมูลจาก สารานุกรมอิสลาม ฉบับเยาวชนและผู้เริ่มสนใจ ,บรรจง บินกาซัน, สำนักพิมพ์ อัล อะมีน และ วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี)